วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมคณะทำงานลงพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 11กลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในอำนาจรองนายกฯ

 

วันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานนำคณะทำงานกลั่นกรอง คณะที่ 3 ลงพื้นที่ร่วมประชุมพิจารณากลั่นกรองแผนงานโครงการที่จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร และนครพนม ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี(นายอนุทิน ชาญวีรกุล) สำหรับจังหวัดในเขตตรวจราชการที่ 11  โดยมีตัวแทนของแต่ละจังหวัดเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนงานโครงการที่ขอรับการสนับสนุน

โดยในส่วนของจังหวัดนครพนม นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้นำคณะทำงานเข้าให้ข้อมูลที่จังหวัดได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 68 โครงการ วงเงินงบประมาณ 59,035,800 บาท ประกอบไปด้วยอำเภอนาหว้า 21 โครงการ อำเภอท่าอุเทน 3 โครงการ อำเภอนาทม 6 โครงการ อำเภอเมืองนครพนม 9 โครงการ อำเภอนาแก 9 โครงการ อำเภอปาก 6 โครงการ อำเภอศรีสงคราม 4 โครงการ อำเภอวังยาง 2 โครงการ อำเภอบ้านแพง 2 โครงการ อำเภอเรณูนคร 2 โครงการ อำเภอธาตุพนม 2 โครงการ และอำเภอโพนสวรรค์ 2 โครงการ โดยแยกเป็นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานถนนแอสฟัลติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) /ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนลูกรัง จำนวน 40 โครงการ วงเงินงประมาณรวม 34,495,700 บาท โครงการด้านฟื้นฟูพัฒนาแหล่งน้ำ จำนวน 26 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 12,767,100 บาท โครงการก่อสร้างสะพาน จำนวน 1 โครงการ วงเงินงบประมาณ 11,280,000 บาทและโครงการติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 1 โครงการ วงเงินงบประมาณ 493,000 บาท ขณะที่จังหวัดสกลนครขอรับการสนับสนุน 41 โครงการ วงเงิน 25,815,400 บาท โดยเป็นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานทำถนนและขุดลอกแหล่งน้ำ ส่วนจังหวัดมุกดาหาร ขอรับการสนับสนุน 8 โครงการ วงเงิน 35,944,700 บาท เป็นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานทำถนน ขุดลอกแหล่งน้ำและโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก

ทั้งนี้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้ขอให้คณะทำงานของแต่ละจังหวัดไปทบทวนในเนื้อหารายละเอียดการขอรับการสนับสนุนงบประมาณแต่ละโครงการที่เกี่ยวข้องกับการขุดลอกเพิ่มเติม เช่น ขอให้ระบุว่าปัญหาความจำเป็นเร่งด่วนคืออะไร ปริมาณดินที่ขุดมีปริมาณเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการเคลียร์พื้นที่เพื่อให้รถเข้าไปทำงานเท่าไหร่ จากนั้นให้แนบเอกสารเพิ่มเติมในส่วนนี้เข้ามาอีกครั้งเพื่อรับการพิจารณา เพราะรองนายกรัฐมนตรีต้องการให้งบประมาณในอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติเกิดความคุ้มค่า แก้ปัญหาได้ตรงจุด ทันเวลาตามความเร่งด่วนจำเป็น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น