วันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานนำคณะทำงานกลั่นกรอง คณะที่ 3 ลงพื้นที่ร่วมประชุมพิจารณากลั่นกรองแผนงานโครงการที่จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร และนครพนม ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี(นายอนุทิน ชาญวีรกุล) สำหรับจังหวัดในเขตตรวจราชการที่ 11 โดยมีตัวแทนของแต่ละจังหวัดเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนงานโครงการที่ขอรับการสนับสนุน
โดยในส่วนของจังหวัดนครพนม
นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้นำคณะทำงานเข้าให้ข้อมูลที่จังหวัดได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ
จำนวน 68 โครงการ วงเงินงบประมาณ 59,035,800 บาท ประกอบไปด้วยอำเภอนาหว้า 21 โครงการ
อำเภอท่าอุเทน 3 โครงการ
อำเภอนาทม 6 โครงการ
อำเภอเมืองนครพนม 9 โครงการ อำเภอนาแก 9 โครงการ อำเภอปาก 6 โครงการ
อำเภอศรีสงคราม 4 โครงการ อำเภอวังยาง 2 โครงการ
อำเภอบ้านแพง 2 โครงการ
อำเภอเรณูนคร 2 โครงการ
อำเภอธาตุพนม 2 โครงการ
และอำเภอโพนสวรรค์ 2 โครงการ โดยแยกเป็นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานถนนแอสฟัลติกคอนกรีต
(Asphaltic Concrete) /ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนลูกรัง จำนวน 40 โครงการ วงเงินงประมาณรวม
34,495,700 บาท โครงการด้านฟื้นฟูพัฒนาแหล่งน้ำ จำนวน 26 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม
12,767,100 บาท โครงการก่อสร้างสะพาน จำนวน 1 โครงการ วงเงินงบประมาณ 11,280,000 บาทและโครงการติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์
จำนวน 1 โครงการ วงเงินงบประมาณ 493,000 บาท ขณะที่จังหวัดสกลนครขอรับการสนับสนุน
41 โครงการ วงเงิน 25,815,400 บาท
โดยเป็นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานทำถนนและขุดลอกแหล่งน้ำ ส่วนจังหวัดมุกดาหาร
ขอรับการสนับสนุน 8 โครงการ วงเงิน 35,944,700 บาท เป็นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานทำถนน
ขุดลอกแหล่งน้ำและโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก
ทั้งนี้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
ได้ขอให้คณะทำงานของแต่ละจังหวัดไปทบทวนในเนื้อหารายละเอียดการขอรับการสนับสนุนงบประมาณแต่ละโครงการที่เกี่ยวข้องกับการขุดลอกเพิ่มเติม
เช่น ขอให้ระบุว่าปัญหาความจำเป็นเร่งด่วนคืออะไร ปริมาณดินที่ขุดมีปริมาณเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายในการเคลียร์พื้นที่เพื่อให้รถเข้าไปทำงานเท่าไหร่ จากนั้นให้แนบเอกสารเพิ่มเติมในส่วนนี้เข้ามาอีกครั้งเพื่อรับการพิจารณา
เพราะรองนายกรัฐมนตรีต้องการให้งบประมาณในอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติเกิดความคุ้มค่า
แก้ปัญหาได้ตรงจุด ทันเวลาตามความเร่งด่วนจำเป็น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น