วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564

นครพนม สนธิกำลัง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง สกัดจับผู้ต้องหาค้ายา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 4 แสนเม็ด

 วันที่ 12 เมษายน 2564 ที่สถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนชาติ  รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ท่าอุเทน พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง ผกก.3 บก.ปส.2 บช.ปส. ได้ร่วมกันแถลงการณ์จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 4 แสนเม็ด ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอุเทน ได้ร่วมบูรณาการกับ ชุดเฉพาะกิจทหารพราน 21 กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.นครพนม กก.3 บก.ปส.2 และชุดปฏิบัติการข่าวร้อย ตดช.237 และเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอท่าอุเทน  ในการปฏิบัติการสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 เมษายน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบขนยาบ้าเข้ามาพื้นที่ชั้นใน โดยผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 1 คน ใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ นิสสัน สีเขียว รุ่น บิ๊กเอ็ม ทะเบียน บน 4775 สกลนคร ใช้เส้นทางถนนท่าดอกแก้ว - ท่าอุเทน เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตั้งจุดสกัดที่บริเวณจุดตรวจบริการประชาชนในพื้นที่ กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยวิ่งผ่านมายังจุดตรวจบริเวณ หน้า รพ.สต.ท่าจำปา เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเรียกตรวจ พบบุคคลต้องสงสัย 1 ราย และเมื่อตรวจค้นท้ายกระบะรถยนต์พบยาบ้าของกลางบรรจุในกระสอบ 2 กระสอบ จำนวน 4 แสนเม็ด จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าจะนำยาบ้าทั้งหมดไปส่งให้เพื่อนซึ่งจะมีการโทรให้มารับตามจุดพิกัดที่แจ้ง ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ซ้อนแผนโดยให้ผู้ต้องหาโทรหาเพื่อนและนัดหมายแจ้งจุดนัดพบที่บริเวณถนนท้ายหมู่บ้านนาโสกเหนือ ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จากนั้นจึงได้วางกำลังซุ่มรอเวลากระทั่งเพื่อนผู้ต้องหา 2 คน ได้ขับรถเก๋ง หมายเลขทะเบียน 1 ชฎ 7005 กรุงเทพมหานคร มายังจุดดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุม จากนั้นจึงได้นำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธนชาติ  รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม กล่าวว่า ในช่วงนี้พื้นที่ชายแดน จ.นครพนม พบมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านต่อเนื่อง ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมจึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันวางมาตรการสกัดกั้น ปราบปราม ที่นำไปสู่การจับกุมเช่นในครั้งนี้ ซึ่งทุกหน่วยพยายามปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และเต็มประสิทธิภาพ ที่สำคัญก็ต้องขอขอบคุณภาคประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสข่าวให้กับทางหน่วยงานราชการเสมอมา อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะบูรณางานร่วมกันวางมาตรการทุกรูปแบบเพื่อไม่ให้มียาเสพติดในพื้นที่ รวมถึงจะมีการสืบสวนเชิงลึกขยายผลสู่เครือข่ายในพื้นที่ ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า รายย่อย และรายสำคัญ เพื่อตัดวงจรการค้าด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น