วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

นครพนม ปรับแผนส่งเสริมผู้เลี้ยงปลากระชัง เชื่อมโยงการผลิตสร้างพลังทางการตลาดที่ก่อให้เกิดความยั่งยืน


นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่มอบนโยบายหน่วยงานในพื้นที่ทำให้ได้ทราบถึงแนวการปฏิบัติของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในพื้นที่ที่ต่าง ๆ ทั้งยังพบว่าแต่ละพื้นที่ยังไม่ได้เชื่อมโยงกัน ซึ่งถ้าสามารถเชื่อมโยงได้จะส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังทั้งจังหวัด เพราะจากข้อมูลการรายงานของประมงจังหวัดนครพนม จะเห็นว่ากลุ่มเกษตรกรที่มีการแปรรูปปลาส้มศรีสงครามมีความต้องการปลาตะเพียนขาวเป็นจำนวนมากเพื่อนำมาใช้ในการผลิต และทุกวันนี้ต้องมีการสั่งนำเข้าจะต่างพื้นที่ทำให้มีค่าขนส่งและค่าอื่น ๆ ตามมา ขณะเดียวกันในพื้นที่เอง เช่น กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังบ้านอาจสามารถ ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ที่มีการเลี้ยงปลาอยู่ 3 ชนิด คือปลานิล ปลาเผาะ และปลาคัง โดยเฉพาะปลาคังที่แม้จะเลี้ยงง่ายแต่ก็ต้องใช้ระยะเวลานานถึง 2 ปี กว่าปลาจะเจริญเติบโตเต็มที่สามารถจำหน่ายได้ ทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงในหลาย ๆ ประเด็น ทั้งการตายของปลาเมื่อถึงฤดูน้ำแดง กระชังรั่วปลาก็ออกสู่น้ำโขง ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในเรื่องของอาหารและค่าอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างเลี้ยง

ดังนั้นในวันนี้จึงได้ร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พูดคุยสร้างความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนปลาที่จะนำมาเลี้ยงในกระชังใหม่ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง โดยทางจังหวัดจะมีการส่งเสริมให้เลี้ยงปลาตะเพียนขาวแทนปลาคัง ซึ่งจะเป็นการเชื่องโยงแหล่งผลิตและแปรรูปปลาส้มของนครพนมเข้าด้วยกัน ผู้เลี้ยงปลาก็มีตลาดรองรับในระยะเวลาการเลี้ยงที่สั้นลงเหลือเพียง 6 เดือน ขณะที่ผู้แปรรูปปลาส้มก็ไม่ต้องไปหาปลาไกล ก็จะช่วยลดต้นทุนในการต้องไปรับซื้อปลามาผลิตสินค้าโอทอปที่ขึ้นชื่อของจังหวัด ซึ่งมียอดออเดอร์สั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศ ที่สำคัญคือทุกฝ่ายจะมีการการันตรีราคาให้ซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังได้เป็นอย่างดี โดยหลังทราบรายละเอียดกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังบ้านอาจสามารถ ต่างก็เห็นด้วยและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงปลาตะเพียนขาวแทน ดังนั้นหลังจากนี้ทางประมงจังหวัดนครพนมจะได้มีการขับเคลื่อนแผนงานโครงการ ด้วยการจัดหาพันธุ์ปลาตะเพียนขาวและอาหารมาให้ พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่มาถ่ายทอดความรู้ วิธีการและขั้นตอนการเลี้ยงปลาตะเพียนขาวให้กับทุกคน ขณะที่เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม ก็จะเป็นฝ่ายประสานกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปปลาส้มศรีสงครามในการรับซื้อผลผลิตปลาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และในโอกาสนี้ทางกลุ่มยังได้นำผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาเผาะแดดเดียวทอดกรอบ ซึ่งเป็นเมนูใหม่ที่กำลังผลิตและแปรรูปเพื่อออกวางจำหน่ายมาให้ทดลองชิมกับน้ำจิ้มด้วย ก็ต้องขอบอกว่าอร่อยสมดังที่ประชาสัมพันธ์ไว้ ในเรื่องความเป็นเลิศของชาวบ้านอาจสามารถ ที่เมื่อใครมานครพนมแล้วอยากทานเมนูอาหารปลาเป็นต้องแวะมารับประทานที่หมู่บ้านแห่งนี้ โดยมีร้านเรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงรอให้การต้อนรับ พร้อมเสิร์ฟด้วยความสด ใหม่ สะอาด แสนอร่อย ในราคาที่เป็นกันเอง โดยในส่วนของปลาเผาะแดดเดียวนี้ถ้าใครสนใจก็สามารถสั่งมาได้ที่เบอร์ 08-1061-2988

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น